ขั้นตอนก่อนเริ่มล้างแอร์ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง สภาพแอร์ ระบบไฟฟ้า มอเตอร์ สายไฟ ฯลฯ
รู้หรือไม่ว่า ก่อนเริ่มล้างแอร์ทุกครั้ง การตรวจสอบสภาพของแอร์ก่อนเพื่อตรวจสอบความเสียหาย และอาการชำรุดเบื้องต้น และดำเนินการซ่อมแอร์ก่อนล้างแอร์เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงระหว่างการล้างแอร์ทั้งๆ ที่มีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งการตรวจสอบสภาพของแอร์ จัดเป็นหนึ่งในขั้นตอนการบำรุงรักษาแอร์เพื่อเพิ่มอายุการใช้งานด้วยเช่นกัน ขั้นตอนการตรวจสอบก่อนเริ่มล้างแอร์ ก็ไม่ยาก จดไว้แล้วเริ่มตรวจสอบไปพร้อมๆ กันได้เลย
ขั้นตอนการตรวจสอบก่อนล้างแอร์
โดยประเภทของการตรวจสอบก่อนล้างแอร์ จะแบ่งออกเป็น 2 การตรวจสอบหลักๆ คือ การตรวจสอบสภาพทั่วไป และการตรวจสอบระบบไฟฟ้า โดยควรตรวจสอบรายการที่สำคัญดังนี้
การตรวจสอบสภาพทั่วไป
1. ตรวจสอบแผ่นกรองอากาศ
เพื่อดูสภาพการอุดตันของฝุ่นละอองและสิ่งสกปรก หากแผ่นกรองอากาศชำรุด หรือมีรอยโหว่ ควรเปลี่ยนทันที
ข้อแนะนำ สำหรับแผ่นกรองอากาศควรทำความสะอาดเป็นประจำทุก 1-3 เดือน
2. ตรวจสอบคอยล์เย็น
แผงคอยล์เย็นจะอยู่ด้านในหน้ากากของแอร์ ควรตรวจสอบการเกาะตัวของฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่สามารถผ่านแผ่นกรองอากาศไปได้
ข้อแนะนำ สำหรับคอยล์เย็นควรล้างทำความสะอาดขดท่อและแผ่นอลูมิเนียมทุกๆ 6 เดือน
3. ตรวจสอบท่อและถาดรองน้ำทิ้ง
โดยสังเกตเมือก ตะไคร่น้ำ กลิ่นและการผุกร่อน หากมีการรั่วหรือชำรุดของถาดรองน้ำทิ้งควรเปลี่ยนทันที นอกจากนี้ควรตรวจสอบความโค้งงอของท่อน้ำทิ้งด้วย เนื่องจากช่วงของท่อน้ำทิ้งที่โค้งงอ จะเป็นแหล่งรวมของน้ำและสิ่งสกปรก และส่งผลให้ท่ออุดตันและมีน้ำหยดได้ นอกจากนี้ท่อและถาดรองน้ำทิ้งยังถือเป็นจุดสำคัญที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค หากไม่ตรวจสอบและทำความสะอาดเป็นประจำ เชื้อราและเชื้อโรคจะสามารถแพร่กระจายสู่ผู้อาศัยภายในห้องได้
ข้อแนะนำ ควรล้างทำความสะอาดถาดรับน้ำและท่อน้ำทิ้ง เพื่อให้การไหลของน้ำทิ้งเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ อย่างน้อยทุกๆ 6 เดือน
4. ตรวจสอบมอเตอร์พัดลม
โดยสังเกตที่ความเร็วรอบของมอเตอร์พัดลมและเสียงที่เกิดขึ้นว่าปกติหรือไม่ หากเสียงดังผิดปกติ พัดลมอาจชำรุดหรือเสียหายได้ นอกจากนี้ควรสังเกตตำแหน่งจับยึดมอเตอร์พัดลมและใบพัดลม หากจับยึดไม่แน่นอาจส่งผลให้แอร์สั่น และมีเสียงดังผิดปกติได้เช่นกัน
ข้อแนะนำ มอเตอร์พัดลมควรมีการหล่อลื่นโดยการอัดจาระบีหรือหยอดน้ำมันสม่ำเสมอ หากที่จับยึดหลวมจนมอเตอร์เคลื่อนออกจากตำแหน่ง ควรตรวจสอบและขันให้แน่น ควรตรวจสอบการทำงานของมอเตอร์ทุก 6 เดือน หากพบว่าชำรุดหรือเสียหายควรเปลี่ยนใหม่ทันที
ตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อน้ำยาแอร์
ท่อแอร์ที่มีการเดินท่อน้ำยาแอร์ผ่านกำแพงหรือผนัง จะมีการบุด้วยฉนวนหุ้มท่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ความชื้นกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ดังนั้นควรตรวจสอบสภาพของฉนวนหุ้มท่อ โดยหากพบฉนวนขาดหรือชำรุดควรซ่อมแซม หรือเปลี่ยนฉนวนใหม่
ข้อแนะนำ ความถี่ในการตรวจสอบฉนวนหุ้มท่อคือปีละ 1 ครั้ง หากพบการรั่วซึม หรือปริมาณน้ำยาแอร์ลดลง ควรให้ช่างแอร์เข้ามาเช็ครอยรั่วแล้วเติมน้ำยาแอร์ก่อน
การตรวจสอบระบบไฟฟ้า
1. ตรวจสอบสายไฟ หัวเสียบสายของชุดคอยล์เย็น
การตรวจสอบระบบไฟฟ้า จะเน้นไปที่การตรวจสอบสายไฟ หัวเสียบสายของชุดคอยล์เย็น ให้อยู่ในสภาพปกติ ไม่ชำรุด ขาดเสียหาย หรือหลวม โดยถ้าหัวเสียบสายหลุด หรือหลวม ควรเสียบและขันสกรูให้แน่น หากพบเจอสายไฟขาดชำรุด ให้ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
ข้อแนะนำ ควรตรวจสอบสภาพสายไฟ และหัวเสียบสายของชุดคอยล์เย็นปีละ 1 ครั้ง
2. ตรวจสอบโอเวอร์โหลด
โอเวอร์โหลดเป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ชำรุดเสียหายเมื่อแอร์เกิดเหตุขัดข้องหรือการกระชากของกระแสไฟ ซึ่งโอเวอร์โหลดจะปิดวงจรก่อนขดลวดมอเตอร์จะไหม้ การตรวจสภาพการทำงานควรใช้มัลติมิเตอร์ตรวจสอบค่าความต้านทานทางไฟฟ้า ถ้าชำรุดควรเปลี่ยนใหม่ทันที
ข้อแนะนำ ควรตรวจสอบอุปกรณ์ระบบควบคุมปีละ 1 ครั้ง
3. ตรวจสอบแมกเนติก คอนแทคเตอร์
ที่เป็นอุปกรณ์ตัดต่อวงจรไฟฟ้า โดยควรตรวจสอบสภาพเบื้องต้น การทำงาน และการชำรุดของหน้าจอสัมผัส โดยใช้มัลติมิเตอร์เช่นกัน หากเสียหายควรเปลี่ยนใหม่ทันที
ข้อแนะนำ ควรตรวจสอบอุปกรณ์ระบบควบคุมปีละ 1 ครั้ง
จะเห็นได้ว่าการล้างแอร์ ไม่ได้มีแค่ขั้นตอนของการล้างเท่านั้น แต่ยังต้องตรวจสอบสภาพการทำงานทั่วไปและระบบไฟฟ้าก่อนการล้างแอร์อีกด้วย แต่หากรายละเอียดที่ต้องตรวจสอบมากเกินไป การจ้างช่างล้างแอร์มืออาชีพ จะช่วยทำให้ขั้นตอนของการตรวจสอบและการล้างแอร์ ง่ายขึ้นแน่นอน

ร้านเชียงใหม่แอร์แคร์ • ขายส่งแอร์ แอร์มือหนึ่งราคาถูก แอร์มือสองสภาพดี จำหน่ายแอร์ชั้นนำทุกยี่ห้อ พร้อมบริการติดตั้งฟรีถึงที่ ด้วยช่างและวิศวกรผู้ชำนาญการ